ชนิดของไฟฟ้า

[แบบฝึกหัด]
smbarani.gif (920 bytes)

cone2.gif (1031 bytes)     ไฟฟ้าสถิต (Statics Electricity)
                  ไฟฟ้าสถิต เป็นกระแสไฟฟ้าที่เกิดจากการเสียดสีของวัตถุ 2 ชนิด คือแท่งแก้วนำมาขัดถูกับผ้าไหม จะมีผลทำให้ ทำให้  อิเล็กตรอนย้ายที่ แท่งแก้วจะมีอำนาจไฟฟ้าดึงดูดวัตถุเบา ๆ เช่น เศษกระดาษ หรือไฟฟ้าสถิตที่เกิดจากธรรมชาติ  เช่น ฟ้าแล็บ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า

         statice.gif (8804 bytes)

cone2.gif (923 bytes)     ไฟฟ้ากระแส (Current Electricity)
          คือแหล่งกำเนิดไฟฟ้าที่มนุษย์สามารถผลิตขึ้นมาเพื่อใช้งานด้านต่างๆได้อย่างมากมายโดยการส่งกระแสไฟฟ้าให้เคลื่อน ที่ ไปในลวดตัวนำ    แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือไฟฟ้ากระแสตรง( Direct Current)   ไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternation Current)

   
bal1re.gif (417 bytes)  ไฟฟ้ากระแสตรง (Direct Current)  
ไฟฟ้ากระแสตรงนี้จะมีทิศทางการไหลไปในลวดตัวนำเพียงทิศทางเดียวโดยกระแสไฟฟ้าจะไหลจากขั้วลบไปยังขั้วบวก 
เสมอ เราเรียกว่ากระแสอิเล็กตรอน (Electron - Current) แต่เรานิยมให้ กระแสไฟฟ้าไหลจากขั้วบวกไปหาขั้วลบ เราเรียกว่า กระแสนิยม (Conventional- Current)แหล่งกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงนั้นมีต้นกำเนิดมาจากเซลไฟฟ้า เช่น ถ่านไฟฉายและเบตเตอรี่ รถยนต์
              เซลไฟฟ้า คือต้นกำเนิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ใช้ปฏิกิริยาทางเคมี แบ่งตามลักษณะการใช้ งาน ได้ 2 ชนิดคือ
       1. เซลปฐมภูมิ (Primary Cell) คือเซลไฟฟ้าที่นำมาใช้งานจนหมดสภาพแล้วเราไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก เช่น ถ่านไฟฉาย

                    prica.gif (4642 bytes)

       2. เซลทุติยภูมิ (SecondaryCell)แบตเตอรี่แบบสะสมคือเซลไฟฟ้าที่นำมาใช้งานแล้วสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ได้อีก โดยการเติมประจุ (Charge) เข้าที่เซลล์ไฟฟ้านี้ เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ หรือถ่านนิเกิลแคดเมี่ยมที่ใช้กับโทรศัพท์มือถือ

seccell2.gif (5023 bytes)


seccell1.gif (5705 bytes)

bal1re.gif (417 bytes)   ไฟฟ้ากระแสสลับ (Alternation Current) เป็นกระแสไฟฟ้าที่มีการไหลเปลี่ยนแปลงอย่ตลอดเวลาคือมีทั้งขั้วบวกและขั้วลบ สลับกัน โดยหลักการพื้นฐานแล้วกระแสไฟฟ้าสลับนี้เกิด จากการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็กตัดกับขดลวด โดยการ นำเอาขดลวดไปวางไว้ระหว่างสนามแม่เหล็กและหมุนขดลวดนั้นแล้วใช้เทคนิคในการต่อขั้วทั้งสองของขดลวดออก มาเราก็สามารถบังคับให้กระแสไฟฟ้าสลับออกมาใช้งานได้

alter.gif (3647 bytes)

            ทิศทางของแรงเคลื่อนไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในขดลวด จะเปลี่ยนแปลงไปตามการหมุนซึ่งตรวจดูความสัมพันธ์ ระหว่างมุมที่ขด ลวดกับขนาดทิศทางของแรงเคลื่อนไฟฟ้าที่เกิดขึ้น จะได้ผลดังรูป

alte2.gif (59760 bytes)

                เมื่อขดลวดอยู่ในตำแหน่ง (a)กำหนดให้เป็นมุม 0 องศาและกำหนดให้ขดลวดหมุนไปตามทิศทางของลูกศรในรูปเมื่อขดลวดอยู่ 0องศาขดลวดไม่ได้ติดฟลักซ์แม่เหล็กแรงเคลื่อนไฟฟ้าจะเป็น0 เมื่อขดลวดหมุนไปอยู่ที่ 30 องศา และ 60 องศาแรงเคลื่อนไฟฟ้าจะมีค่าสูงขึ้นและมีกระแสไหลจาก A ไป B ถ้ากำหนดให้ทิศดังกล่าวเป็นบวกทิศของแรงเคลื่อนไฟฟ้าซึ่งเป็นบวกด้วยเมื่อขดลวดมาอยู่ตำแหน่งที่ (b) คือ 90 องศา ขดลวด A จะอยู่ใต้แม่เหล็ก S พอดีแรงเคลื่อนไฟฟ้าจะมีค่าสูงสุดเมื่อขดลวดหมุนไปที่ 120 องศา และ 150 องศาแรงเคลื่อนไฟฟ้าจะมีค่าลดลงและจะเป็น 0 เมื่อขดลวดอยู่ในตำแหน่ง (c ) คือที่ 180 องศา เมื่อเลย 180องศาไปจะเกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าขึ้นอีกแต่มีทิศทางกลับกันกระแสจะไหลจาก B ไป A เมื่อขดลวดหมุนไปเรื่อยๆก็จะได้ขนาดและทิศทางของแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหมือนรูปข้างต้น

[กลับเนื้อหาชนิดของไฟฟ้า]   [แบบฝึกหัด]