อำเภอเมืองพิษณุโลก
         ประวัติความเป็นมา เมืองพิษณุโลกในฐานะเป็นเมืองเอก ได้ปรากฎหลักฐานอยู่ในพระราชกำหนด ..... จ.ศ.1141 จนกระทั่งเสียกรุงศรีอยุทธยาครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2301 แก่พม่า และพระเจ้า ตากสิน กู้เอกราชได้ในปีเดียวกัน เมืองพิษณุโลก ก็เป็นเมืองเอกฝ่ายเหนือมาโดยตลอด จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองพิษณุโลกเป็นที่ตั้ง ศาลา ว่าการมณฑลพิษณุโลกตั้งแต่ พ.ศ.2473 ในรัฐกาลสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และภายหลังเปลี่ยน แปลง การปกครองในปี พ.ศ.2476 ได้ยุบมณฑล เป็นจังหวัดในปี พ.ศ.2441 เมืองพิษณุโลก มีฐานะเป็น อำเภอ โดยมีนายอำเภอคนแรก คือ หลวงอุดมเขตบริหาร และจนถึง ปัจจุบันมีนายอำเภอมาแล้ว 39 คน
ภูมิศาสตร์
อำเภอเมืองพิษณุโลก มีพื้นที่ประมาณ 758.8 ตารางกิโลเมตร (474,250 ไร่) มีอาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอพรหมพิราม และอำเภอวัดโบสถ์
ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอบางระกำ และอำเภอบางกระทุ่ม
ทิศตะวันออก อำเภอวังทอง
ทิศตะวันตก บางระกำ และอำเภอกงไกรลาศของจังหวัดสุโขทัย
การคมนาคม
อำเภอเมืองพิษณุโลก เป็นศูนย์กลางการคมนาคมของจังหวัด ทั้งทาง เครื่องบิน รถไฟ รถยนต์ และทางน้ำ
การปกครอง
การปกครองแบ่งออกเป็น 19 ตำบล 158 หมู่บ้าน
การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น มี
1.เทศบาลนคร 1 แห่ง คือเทศบาลนครพิษณุโลก
2.เทศบาลตำบล 1แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลบ้านใหม่
3.องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก 1 แห่ง
4.องค์การบริหารส่วนตำบล 19 แห่ง

top

ประวัติอำเภอวังทอง
         ตามหลักฐาน อำเภอวังทอง ตั้งเป็นอำเภอเมื่อ ปี พ.ศ.2438 -ปัจจุบัน เป็นเวลา 102 ปี ในเวลา นั้น ยังไม่มีเขตการ ปกครอง อ.วัดโบสถ์ และอ.บางกระทุ่ม อำเภอตั้งอยู่ที่ "บ้านสามเรือน" ซึ่งเรียกว่า "นครป่าหมาก" ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2441 ได้ย้ายจากบ้านสามเรือน ต.นครป่าหมาก มาตั้ง ที่บ้านวังทอง ต.ตลาดชุม (ปัจจุบัน คือ ต.วังทอง ตรงกับตลาดเทศบาลวังทอง) และเรียกว่า อำเภอ นครป่าหมาก เมื่อ พ.ศ.2571 ได้มีประกาศพระราชกฤษฏีกา จัดตั้งเขตการปกครอง กิ่งอำเภอ บางกระทุ่ม โดยขึ้นต่อ อ.เมืองพิษณุโลก โดยโอน ต.เนินกลุ่ม ต.ไผ่ล้อม และ ต.นครป่าหมาก ไปเป็นเขตปกครอง ของ อ.บางกระทุ่ม และได้โอน ต.บ้านกลาง ต.แก่งโสภา ซึ่งขณะนั้น อยู่ในเขตการปกครองของ อ.นครไทย มาขึ้นกับเขตการปกครองของ อำเภอนครป่าหมาก
        ต่อมาบริเวณที่ว่าการ อำเภอนครป่าหมากได้ถูกน้ำเซาะตลิ่งพัง จึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภออีกครั้งหนึ่ง เมื่อปี พ.ศ.2485 และเปลี่ยนชื่อเป็น "อำเภอวังทอง" มาจนถึงปัจจุบันนี้ ต่อมาอาคารของ ที่ว่าการ อำเภอชำรุด จึงก่อสร้างที่ว่าการอำเภอเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ในปี พ.ศ.2522
ภูมิศาสตร์
          
อำเภอวังทองมีสภาพพื้นที่เป็นป่าเขา และมีเทือกเขาติดต่อกับพื้นที่เขาด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทางอำเภอนครไทย จนถึงเขตอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ มีพื้นที่เป็นที่ราบสูง 3 ตำบล คือ ต.บ้านกลาง ต.แก่งโสภา และ ต.วังนกแอ่น นอกนั้นเป็นพื้นที่ราบ และราบลุ่ม มีพื้นที่ ติดต่อกับ อ.นครไทย คือ "เขานกกระยาง" ส่วนด้านที่ติดต่อกับ จ.เพชรบูรณ์ เรียกว่า "ทุ่งแสลงหลวง" ส่วนใหญ่ เป็นป่าสน ซึ่งประกาศเป็นวนอุทยานแห่งชาติในสมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีที่ตั้ง อำเภอวังทองปัจจุบัน ตั้งอยู่ติดถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก ห่างจากถนน 50 เมตรห่างจากแม่น้ำแคววังทอง ประมาณ 200 เมตร ห่างจากศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ไปทางทิศตะวันออก 17กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งสิ้น1,624.17 ตารางกิโลเมตร
ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอนครไทย และอำเภอวัดโบสถ์
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ติดต่อกับ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอเนินมะปราง และอำเภอวังทรายพูนจังหวัดพิจิตร
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ติดต่อกับ อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก
ทิศใต้ ติดต่อกับ อ.เมืองพิจิต จ.หวัดพิจิตร และ อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อำเภอเมือง และอำเภอวัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก
แม่น้ำที่สำคัญ
         1.แควน้ำวังทอง มีต้นกำเนิดจากบริเวณเขาปู่ เทือกเขาทุ่งแสลงหลวง ในเขต จ.เพชรบูรณ์ไหลผ่านบ้านแม่นา อ.หล่มสัก เรียกว่า "ลำน้ำเข็ก" ไหลผ่าน อ.วังทอง ที่ ต.แก่งโสภา ต.วังนกแอ่น ต.ชัยนาม ต. ดินทอง ต.วังพิกุล และต.แม่ระกา ลงสู่แม่น้ำน่าน ที่บ้านท่าฬ่อ จ.พิจิตร
         2. แควน้ำท่าหมื่นราม ต้นกำเนิดจากเขตเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลผ่าน อ.เนินมะปรางต.ท่าหมื่นราม และบ้านท่าหลวง จ.พิจิตร
         3. ลำน้ำแควน้อย ต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลกไหลผ่าน อ.นครไทย อ.ชาติตระการ อ. วังทอง ในท้องที่ ต.บ้านกลางไหลผ่าน อ.วัดโบสถ์ อ.พรหมพิราม ลงสู่ลำน้ำน่าน ที่ ต.ปากโทก อ.เมืองพิษณุโลก
ทรัพยากรธรรมชาติ
1. อุทยานแห่งชาติ ทุ่งแสลงหลวง เนื้อที่ประมาณ 456.42 ตารางกิโลเมตร
2. อุทยานแห่งชาติ ลุ่มน้ำวังทองฝั่งขวา เนื้อที่ 225.66 ตารางกิโลเมตร
3. ป่าสงวนแห่งชาติ ลุ่มน้ำวังทองฝั่งซ้าย เนื้อที่ประมาณ 365.86 ตารางกิโลเมตร
4. ป่าสงวนแห่งชาติเขากระยาง เนื้อที่ประมาณ 16.24 ตารางกิโลเมตรสภาพป่าไม้ ประกอบด้วยไม้เบญจพรรณ และป่าแดง เป็นส่วใหญ่ ไม้ที่มีค่า ได้แก่ ไม้สัก ไม้มะค่า ไม้ตระเคียนทอง ไม้มะค่าโมง ไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้พยอม ไม้สาธร ไม้ชิงชัน และไม้เต็งรัง
การคมนาคม
อำเภอวังทอง เส้นทางการคมนาคม ทางรถยนต์ 2 เส้นทาง คือ
1.พิษณุโลก-หล่มสัก -ขอนแก่น ระยะห่างจากพิษณุโลก 17 กม.
2.พิษณุโลก-เขาทราย -กรุงเทพมหานคร ระยะห่างจากพิษณุโลก 17 กม.
การปกครอง
การปกครองแบ่งออกเป็น 11 ตำบล 140 หมู่บ้าน
การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น มี
1เทศบาลตำบล 1 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลวังทอง
2.องค์การบริหารส่วนตำบล 11 แห่ง ได้แก่
1.อบต.วังทอง
2.อบต.พันชาลี
3.อบต.แม่ระกา
4.อบต.บ้านกลาง
5.อบต.วังพิกุล
6.อบต.แก่งโสภา
8.อบต.วังนกแอ่น
9.อบต.หนองพระ
10.อบต.ชัยนาม
แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ
แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ บนเส้นทางสายพิษณุโลก-หล่มสัก(ทางหลวงหมายเลข 12)
1.อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง
น้ำตก
1.น้ำตกปอยห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก ประมาณ ...57...กิโลเมตร
2.น้ำตกแก่งโสภาห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก ประมาณ ..40...กิโลเมตร
3.น้ำตกวังนกแอ่น หรือน้ำตกสกุโณทยาน ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก ..30..กิโลเมตร
โบราณสถาน
1.พระบาทเขาสมอแคลง ห่างจากเมืองพิษณุโลก12 กิโลเมตร
2.พระแม่กวนอิมหยกขาว

top

ประวัติอำเภอพรหมพิราม
        ประวัติความเป็นมา พรหมพิราม หมายถึง "เมืองที่งดงาม เป็นที่อยู่แห่งพรม หรือ พระเจ้าสร้างโลก" เดิมเรียกว่า " เมืองพรหมพิราม " เมืองพรหมพิรามปรากฎหลักฐาน เมื่อ พ.ศ.2438 ได้ย้ายที่ตั้งมาตั้งที่ฝั่งขวาของ ี่ลำน้ำน่านที่ "บ้านย่าน ขาด" เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา ต่อมาทางรัฐบาลได้สร้างทางรถไฟ สายเหนือ (กรุงเทพ-เชียงใหม่) จึงย้ายอำเภอ อีกครั้งหนึ่ง มาตั้งใกล้ กับทางรถไฟ ที่บ้านกรับพวง (ปัจจุบันคือ บ้านพรหมพิราม) ต.หมพิราม ห่างจากสถานีพรหมพิราม ประมาณ 500 เมตร เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ต่อมาปี พ.ศ.2503 ปรับปรุงเป็น อาคาร 2 ชั้นโดยเทคอนกรีตใต้ถุน ของอาคาร เดิมและตีฝา คอนกรีตโดยรอบ ปัจจุบันได้สร้างที่ว่าการอำเภอใหม่ ณ สถานที่เดิม เป็นอาคารคอนกรีต 2 ชั้น และเปิดทำการเมื่อปี พ.ศ.2519 และ เมื่อปี พ.ศ.2515 กรมศิลปากร ได้สำรวจแนวกำแพงดิน คูเมือง ฐานเจดีย์ก่ออิฐ และวัตถุโบราณเช่น เครื่อง สังคโลก สมัยกรุงสุโขทัย ใน บริเวณ แนวถนนพระร่วงจากสุโขทัย ผ่านบ้านท่าง่าม บ้านบ่อทอง ต.ศรีภิรมย์ บ้านท้องพระโรง ต.ดงประคำ ไปทางทิศตะวันออก ไปทางอำเภอวัดโบสถ์ อำเภอนครไทย ซึ่งขณะนี้เห็น เป็นแนว อยู่บ้าง สันนิษฐานว่าคงเป็นเส้น ทางคมนาคม ติดต่อระหว่าง กรุงสุโขทัยกับเมืองบางยาง สมัยพ่อขุนบางกลางหาว(พ่อขุนศรีอินทราทิตย์) กับพ่อขุนผาเมือง ที่ร่วมมือกันเข้าตีเมืองสุโขทัยอันเป็นเมืองน่าด้าน คืนจากขอม ในสมัยนั้น โดยใช้เส้นทางนี้เดินทัพก็เป็นไปได้ และมีร่องรอยว่า สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทำสงครามกับพระเจ้า ติโลกราช แห่งแคว้นล้านนาคงจะเดินทัพผ่านอำเภอพรหมพิราม ไปยังเมืองพิชัย
ภูมิศาสตร์
อำเภอ พรหมพิราม มีพื้นที่ประมาณ 832.67 ตารางกิโลเมตร (หรือประมาณ 520,418 ไร่) มีอาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์
ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอเมืองพิษณุโลก และอำเภอบางระกำ
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอวัดโบสถ์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย
การคมนาคม
อำเภอพรหมพิราม เส้นทางการคมนาคม 4 เส้นทาง คือ
1.พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ระยะห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 38 กม.
2.พิษณุโลก-พรหมพิราม ระยะห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 25 กม.
3.พิษณุโลก-สุโขทัย ระยะห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 41 กม.
4.ทางรถไฟ กรุงเทพ-เชียงใหม่ ระยะห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 20 กม.
การปกครอง
การปกครองแบ่งออกเป็น 12 ตำบล 113 หมู่บ้าน การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น มี
1.เทศบาลตำบล 2 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลพรหมพิราม และเทศบาลตำบลวงฆ้อง
2.องค์การบริหารส่วนตำบล 12 แห่ง ได้แก่
1.อบต.พรหมพิราม
2.อบต.ท่าช้าง
3.อบต.วังวน
4.อบต.มะต้อง
5.อบต.หนองแขม
6.อบต.หอกลอง
7.อบต.หอกลอง
8.อบต.ทับยายเชียง
9.อบต.ศรีภิรมย์
10.อบต.ตลุกเทียม
11.อบต.วงฆ้อง
12.อบต.มะตูม
แม่น้ำสายสำคัญ
1.แม่น้ำน่าน 2.แม่น้ำแควน้อย

top


ประวัติอำเภอบางระกำ
         ประวัติความเป็นมา
         อำเภอ บางระกำ เดิมชื่ออำเภอชุมแสง ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2448 (รศ.124) ต่อมาเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2460 รัชกาลที่ 6 ได้มีพระราชองค์การเปลี่ยนชื่อจากเดิมเป็นอำเภอบางระกำ ตามประกาศ กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2460 ตั้งอยูฝั่งขวาแม่น้ำยมหมู่ที่ 7 ตำบลบางระกำ ปัจจุบันตั้งอยู่ ถนนพิษณุโลก-กำแพงเพชร ตำบลบางระกำ อยู่ด้านใต้ของเมืองพิษณุโลก ห่างจากตัวเมือง ประมาณ 17 กม.
ภูมิศาสตร์
อำเภอ บางระกำ มีพื้นที่ประมาณ 992,043 ตารางกิโลเมตร (หรือประมาณ 620,026.87 ไร่) มีอาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอพรหมพิราม และอำเภอกงไกรลาศจังหวัดสุโขทัย
ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอสามง่าม และอำเภอวชิรบารมี จ.พิจิตร และอ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอเมืองพิษณุโลก
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัยและอ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร
การคมนาคม
อำเภอบางระกำ เส้นทางการคมนาคม โดยรถยนต์ 2 เส้นทาง คือ
1.พิษณุโลก-กรุงเทพฯ ระยะห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 17 กม.
2.พิษณุโลก-กำแพงเพชร ระยะห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 17 กม.
การปกครอง
การปกครองแบ่งออกเป็น 11 ตำบล 131 หมู่บ้าน
1. การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
เทศบาลตำบล 2 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลบางระกำ และเทศบาลตำบลปลักแรด
2.องค์การบริหารส่วนตำบล 11 แห่ง

top

ประวัติอำเภอบางกระทุ่ม
         ประวัติความเป็นมา
         อำเภอบางกระทุ่ม ปรากฎหลักฐาน เมื่อ 2470 ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ตำบลบางกระทุ่ม หน้าสถานีรถไฟบางกระทุ่ม และเมื่อปี พ.ศ.2536 ไดย้าย ไปตั้งที่ทำการใหม่ที่ ต.บางกระทุ่ม ปัจจุบันตั้งอยู่ บนเส้นทาง สายพิษณุโลก-พิจิตร(สายเก่า) ต.บางกระทุ่ม อยู่ทางทิศใต้ ของตัวเมืองพิษณุโลก ห่างจาก เมืองพิษณุโลก ประมาณ 41 กม.
ภูมิศาสตร์
        อำเภอ บางกระทุ่ม มีพื้นที่ประมาณ 447.03 ตารางกิโลเมตร (หรือประมาณ 279,393.75 ไร่) มีอาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอเมืองพิษณุโลก
ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอสามง่าม และกิ่งอำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอวังทอง
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร
การคมนาคม
        อำเภอบางกระทุ่ม เส้นทางการคมนาคม 3 เส้นทาง คือ
1.พิษณุโลก-พิจิตร ระยะห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 36 กม.
2.พิษณุโลก-เนินกุ่ม ระยะห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 50 กม.
3.ทางรถไฟ กรุงเทพ-เชียงใหม่ ระยะห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 35 กม.
การปกครอง
        การปกครองแบ่งออกเป็น 9 ตำบล 86 หมู่บ้าน การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
1.เทศบาลตำบล 2 แห่ง ได้แก่ เทศบาล ต.บางกระทุ่ม และเทศบาล ต.เนินกุ่ม
2.องค์การบริหารส่วนตำบล 7 แห่ง

top

ประวัติอำเภอวัดโบสถ์

         ประวัติความเป็นมา
         อำเภอ วัดโบสถ์ เดิมเป็นเขตพื้นที่ของอำเภอพรหมพิรามได้ปรากฎหลักฐานขึ้นเมื่อ1 มกราคม 2491 ได้แยก เป็นกิ่งอำเภอมาตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ตำบลวัดโบสถ์ และมีสถานะเป็นอำเภอเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ 2499 และ ได้ตั้งที่ทำการใหม่ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2534 ที่หมู่ 1 ตำบลวัดโบสถ์ ปัจจุบันตั้งอยู่ ถนน พหลโยธิน ตำบล วัดโบสถ์ อยู่ด้านทิศเหนือของ เมืองพิษณุโลก ห่างจากเมืองพิษณุโลกประมาณ 27 กม.
ภูมิศาสตร์
         อำเภอ วัดโบสถ์ มีพื้นที่ประมาณ 1,340 ตารางกิโลเมตร (หรือประมาณ 837,704 ไร่) มีอาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอทองแสนขันจังหวัดอุตรดิตถ์
ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอเมืองพิษณุโลก
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอชาติตระการ และอำเภอวังทอง
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ อำเภอพรหมพิราม และอำเภอพิชัยจังหวัดอุตรดิตถ์
การคมนาคม
         อำเภอวัดโบสถ์ เส้นทางการคมนาคม ทางรถยนต์ 2 เส้นทาง คือ
1.พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ระยะห่างจากพิษณุโลก 27 กม.
2.พิษณุโลก-วัดโบสถ์ ระยะห่างจากพิษณุโลก 30 กม
การปกครอง
         การปกครองแบ่งออกเป็น 6 ตำบล 57 หมู่บ้าน การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น มี
1.เทศบาลตำบล 1 แห่ง ได้แก่ เทศบาลตำบลวัดโบสถ์
2.องค์การบริหารส่วนตำบล 6 แห่ง
แหล่งท่องเที่ยว
1. ธรรมชาติ น้ำตกแก่งเจ็ดแคว
2. อุทยานแห่งชาติแก่งเจ็ดแคว

top

ประวัติเมืองนครไทย
          ก่อนสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราช ธานี บรรพบุรุษไทยถูกขอมรุกราน จึงถอยร่น .ราชานุสาวรีย์ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ จากเวียงไชยปราการ จ.เชียงราย มารวมพลตั้งมั่นที่เมืองบางยาง คือ อ.นครไทย ในปัจจุบัน โดยมีพ่อขุนบางกลางหาว เป็น ผู้นำ โดยรวบรวมไพร่พลจนแข็งแกล่ง จึงร่วมกับพ่อขุผาเมือง เจ้าเมืองลาด(เมืองเพชรบูรณ์) ยกทัพ ไปตี เมืองศรีสัชนาลัย และเมืองสุโขทัย จนได้ชัยชนะจากขอม จึงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงพระนามว่า "พ่อขุนศรีอินทราทิตย์" ครองเมืองสุโขทัย เป็นเอกราชประมาณ พ.ศ.1763 ปรากฎหลักฐาน ที่สำคัญคือ วัดกลางศรีพุทธาราม ซึ่งตั้งอยู่ห่างจาก ที่ว่าการ อ.นครไทย ประมาณ 500 เมตร มีต้นจำปาขาวใหญ่ อยู่ต้นหนึ่งมีความ เชื่อกันว่า มีอายุมานานพร้อมกับ พ่อขุนบาง กลางหาว เริ่มสร้างเมืองบางยาง นั่นเอง ซึ่งพิสูจน์ แล้วว่า มีอายุประมาณ 700 ปีเศษ
           หลักฐานที่สำคัญ ว่าเมืองบางยางได้เปลี่ยนชื่อเป็น "นครไทย" มีปรากฎอยู่ ต้นจำปาขาว ในพงศาวดาร ฉบับหลวง ประเสริฐ ว่าศักราช 839 ระกา(พ.ศ.2020) แรกตั้งเมือง นครไทย พ.ศ.2020 นี้เป็นระยะที่อยู่ในรัชสมัยของ สมเด็จพระ บรมไตรโลกนารถ ซึ่งพระองค์ทรงเป็น นักอักษรศาสตร์และนักรัฐศาสตร์ ซึ่งได้จัดการปกครองบริเวณ หัวเมือง ต่างๆ นอกเมืองหลวงให้เป็นระเบียบแบบแผนที่แน่นอน เพื่อให้ง่ายแก่การ ปกครองควบคุม ตรวจตรา จึงได้ยกฐานะ เมืองบางยาง เป็นเมืองที่มีเจ้าเมืองปกครอง แล้วเปลี่ยน ชื่อใหม่ว่า "เมืองนครไทย" เช่นเดียวกับเมืองอื่นๆ ซึ่งพระองค์ ทรงเปลี่ยน มาแล้ว เช่นเมืองสองแคว เป็นเมืองพิษณุโลก เมืองสระหลวงเป็นเมืองพระจิตร และเมืองทุ่งยั้งเป็นเมืองอุตรดิตถ์ เป็นต้น
           นับแต่ พ.ศ. 2020 เป็นต้นมา เมืองนครไทยก็มีฐานะเป็นเมืองที่มีเจ้าเมือง หรือผู้ว่าราชการเมือง ปกครองเรื่อยมาจนถึง พ.ศ. 2472 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ลด ฐานะ เมืองนครไทยมาเป็น "อำเภอเมืองนครไทย" แล้วแต่งตั้งนายอำเภอเป็นผู้ปกครอง นายอำเภอคนแรก คือ หลวงพิทักษ์กิจบุรเทศ (เป๋า บุญรัตนพันธ์) และเป็นอำเภอนครไทย เมื่อ พ.ศ.2497 เพื่อให้เหมาะสมกับการ เรียก ชื่อตามระเบียบบริหารราชการแผ่นดินในปัจจุบัน

top