คณะศึกษาศาสตร์ เล็งเห็นความสำคัญยิ่งของการจัดการเรียนการสอน แบบ Humanized Educare เพื่อให้คณาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ มีความรู้ความเข้าใจในแนวทางการจัดการเรียนการสอน และมีขีดความสามารถในการจัดการเรียนการสอนพัฒนานิสิตให้เป็นครู่ โดยจิตวิญญาณ มีความรักต่อวิชาชีพและชีวิตจิตใจของตนเองและลูกศิษย์ซึ่งจะถ่ายทอดไปยังนักเรียน อันจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์อย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

 

 
เรื่องเล่าภูฟ้า :จิตตปัญญาปฐมนิเทศ [17 มิ.ย. 2552]

             วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552 เป็นวันปฐมนิเทศ นิสิตใหม่ของคณะศึกษาศาสตร์ในช่วงเช้า คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ ประธานในพิธีเปิดได้กล่าวต้อนรับนิสิตใหม่ และบรรยายเรื่องเรียนอย่างไรให้มีความสุข และบอกเล่าเรื่องราวของชีวิตครู แนวทางการเติบโตของวิชาชีพครูในอนาคต มีการแนะนำผู้บริหารคณะ คณาจารย์ให้กับนิสิตใหม่ได้รู้จัก ต่อมาในช่วงสายนิสิตเปลี่ยนมาใส่ชุดวอร์ม กิจกรรมสายธารแห่งอนาคตสำหรับนิสิตชั้นปีที่ 1 ถูกกำหนดขึ้นภายใต้หัวข้อภาพแห่งความฝันของการเป็นนิสิตครูนับตั้งแต่วันที่ตนเองเริ่มเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยนเรศวร จวบจนกระทั่งสำเร็จการศึกษา รวมระยะเวลา 5 ปี ซึ่งเป็นกิจกรรมตามแนวคิด จิตตปัญญาศึกษา กิจกรรมที่ให้ความสำคัญกับความมีตัวตนอยู่ และเข้าถึงหัวใจของนิสิต อย่างแท้จริง นิสิตสร้างความสัมพันธ์กันเบื้องต้นด้วยกิจกรรมการเรียงชื่อเล่นในแถวของตนเองซึ่งมีอยู่ประมาณ 20 คนตามลำดับพยัญชนะ และสระ พวกเขาได้รู้จักกันทั้งชื่อของฉันและชื่อของเธอ ใครอยู่หน้า ใครอยู่หลัง ใครชื่อแปลก และใครชื่อเหมือนกัน ถ้าฉันชื่อเหมือนกับเธอ จะทำอย่างไรดี ต้องตัดสินใจประเมิน มันมีความหมายอยู่ในที กิจกรรมต่อมานิสิตได้เรียนรู้ถึงการมีอยู่ของกันและกัน พื้นที่ของเธอ พื้นที่ของฉัน กิจกรรมนี้นิสิตจะถูกกำหนดให้เดินไปรอบห้องตรงไหนเลือกเอง ต่างคนต่างเดินในรอบที่หนึ่ง รอบที่สองนิสิตจะต้องสบตาคนที่ตนเองเดินผ่านรอบที่สามสบตาและยิ้มให้ รอบที่สี่สบตา ยิ้ม และสัมผัสกับคนที่ตนเองเดินผ่าน นิสิตได้สะท้อนแนวคิดถึงการจำลองพัฒนาการแห่งสัมพันธภาพระหว่างบุคคลที่พวกเขาจะได้พบในการใช้ชีวิตเป็นนิสิตปีที่ 1
กิจกรรมต่อมานิสิตได้รับกระดาษคนละ 1 แผ่น โดยมีรุ่นพี่คอยให้ความช่วยเหลือดูแลน้องตลอดกิจกรรม ในช่วงเวลาหนึ่งนิสิตนั่งล้อมวงกันโดยประมาณ 5 คน ร่วมกันแบ่งปันใช้สี 1 กล่องรังสรรค์ภาพสายธารแห่งอนาคตตามจินตนาการที่เอื้อมด้วยสองแขน และหนึ่งแรงใจถึงได้ ภาพเล่าเรื่องราว สะท้อนความคิดของนิสิต มีทั้งที่เปรียบตนเองเหมือนสายน้ำที่คอยหล่อเลี้ยง อุ้มชูลูกศิษย์ในอนาคต

“ฉันคือความหวังของวันที่ดีกว่าของเด็กๆ, ฉันจะหล่อหลอมคนให้เป็นมนุษย์, สายธารของฉันจะไหลขึ้นดอย ฉันจะไปเป็นครูดอย ปณิธานความตั้งใจได้รับการถ่ายทอดออกมาเป็นตัวหนังสือ ที่แม้ว่าวันนี้ไม่อาจมีสิ่งใดมาตีตรารับรองได้ถึงความเป็นจริงในอนาคต แต่นั่นก็มิใช่สิ่งสำคัญไปกว่าการมีอยู่ของความคิดแห่งจิตใต้สำนึกที่งดงามของเหล่า “ว่าที่ครู” ตัวหนังสือถักถ้อยร้อยเรียงเป็นประโยคที่ปลดแอกความเชื่อเดิมๆ ของคนรุ่นหลัง ความเชื่อว่าเด็กสมัยนี้หาสาระในตัวได้ยาก เด็กสมัยนี้ฝากอนาคตแห่งแผ่นดินไทยได้หรือเด็กสมัยนี้....... “เป็นครู คือให้ร่มเงาแก่เด็ก, ครูสอนความรู้ ครูสอนความดี ครูสอนการใช้ชีวิตในสังคม, สายธารไม่มีวันสิ้นสุด เหมือนชีวิตครู เป็นครูก็ไม่มีวันสุดสิ้น, ผมอยากได้ยินคำว่า สวัสดีครับคุณครู, โอ้ว่าดอกดาวเรืองงามเฟื่องฟุ้ง วิชาชีพโรจน์รุ่งสมมุ่งหมาย ค่าของครูสอนเด็กมากมาย เกียรติกำจายเหลืองสะพรั่งทั้งแผ่นดิน, ฉันยังเป็นนิสิตที่อ่อนด้อย ยังคงต้องแสวงหาพาตัวเองไปสู่ทางฝัน และอีกมากมายหลายประโยคที่แม้จะไม่ใช่รูปภาษาสุนทรภู่ แต่ก็บ่งบอกถึงความเป็นคนดีของพวกเขา

ในอีกมุมหนึ่งนิสิตแสดงความกังวลใจ ในด้านการปรับตัวให้เข้ากับ “ความใหม่” สถานที่, เพื่อน, พี่, สังคม, ระบบการเรียน และที่สำคัญคือจากนี้ไปพวกเขามิได้มีพ่อ แม่ ผู้ปกครองให้เห็นหน้าทุกวัน ความรู้สึกไม่มั่นคง ไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น ภาพของสายธารที่เชี่ยวกราด โขดหิน และการว่ายน้ำทวนกระแส สื่อออกมาด้วยสีสันของความรู้สึกท้าทาย และร้อนแรง “ปี 1 พบอุปสรรค เหมือนหญ้าแห้งตายอยู่ริมธาร, คงลำบากมาก แต่ไม่เป็นไร สู้ๆ, จากนี้ไปคงเหงา ไม่เจอพ่อ แม่ทุกวันแล้ว......” บางคนเขาก็เปรียบสายน้ำของเขาเหมือนการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน สายน้ำคือแหล่งสะสมประสบการณ์ชีวิต “สายน้ำของฉัน เปรียบเหมือนกับการใช้ชีวิตร่วมกันของทุกคน, ฉันเป็นต้นไม้ที่มีสายน้ำเป็นอาจารย์คอยพยุงความเจริญเติบโต, สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับ ก่อนทำต้องคิด, ชีวิตบางครั้งต้องหยุดเพื่อคิด และก้าวต่อไปอย่างมีสติ, สำหรับผมไม่ใช่อุปสรรค แต่เป็นประสบการณ์. สายธารแห่งอนาคตของนิสิต มีทั้งมุมมองในเชิงวิชาชีพ มุมมองการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย มุมมองแห่งอุปสรรค มุมมองแห่งความฝัน มุมมองที่เป็นจริง และมุมมองเสมือนจริง เหล่านี้ล้วนเป็นกระจกสะท้อนสำนึกที่มีอยู่ของพวกเขา

นับจากเวลานี้ไป “หน้าที่” จะเกิดขึ้น พวกเขาจะร่วมกันเรียนรู้ในสิ่งที่คาดหวัง และไม่คาดหวังจะพบกับความสุข และความทุกข์ เพื่อความเข้าใจ ความตระหนัก พาตนเองไปสู่ความเชื่อ และศรัทธาที่มีต่อตนเอง ต่อวิชาชีพครู สายธารแห่งอนาคตจะไม่หลับใหล หากแต่จะมีแรงกระเพื่อมของผิวน้ำที่ทำให้ทุกชีวิตดำเนินไปอย่างมีความหมาย ทุกชีวิตที่ใช้คำเรียกตนเอง “ว่าที่ครู” จะกลายเป็นครูที่สมบูรณ์ตามแบบของเขา และทุกชีวิตก็จะเป็นความภาคภูมิใจแห่งศึกษาศาสตร์

เรียบเรียงโดย ดร.ภูฟ้า เสวกพันธ์
 
 
   
 จิตตปัญญาพฤกษา: สู่ความเข้าใจจิตตปัญญาศึกษาอย่างเป็นระบบ (5/มิ.ย./2552)
ประวัติพัฒนาการแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เครื่องมือ กระบวนการและการปฏิบัติเกี่ยวกับจิตตปัญญาศึกษา แนวทางการประยุกต์ใช้แนวคิดจิตปัญญาศึกษาสู่วงการต่างๆ  ระเบียบวิธีวิจัยทางจิตตปัญญา การประเมินสำหรับจิตตปัญญาศึกษา
ดาวน์โหลดเอกสาร ฉบับที่ 1ฉบับที่ 2
   
 
  ประมวลภาพกิจกรรมการสร้างปัญญาจากจิตสู่การสอน
คณะศึกษาศาสตร์
(2/มิ.ย./2552)
   
 
 
  เรื่องเล่า จิตตปัญญาศึกษา
 
  เรัยนรู้จากเรื่องเล่า จิตตปัญญาศึกษา
 
 

สังเขปแนวคิด "จิตตปัญญาศึกษา"

        ในปัจจุบันโลกของการจัดการศึกษาและกระบวนการเรียนรู้ ได้เดินทางมาถึงจุดที่หลายคนต่างตระหนักและเห็นพ้องร่วมกันว่า ต้องมีการทบทวนสร้างใหม่ขนานใหญ่ การศึกษาวิชาการนอกตัวเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ต่างๆ และไม่สามารถนำพาสังคมไปสู่สุขภาวะได้

        การแสวงหาทางเลือกให้กับสังคมและมนุษยชาติ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพด้านในของมนุษย์ ทั้งในเรื่องจิตใจและปัญญานั้น จะทำให้มนุษย์สามารถก้าวพ้นขอบเขตของศาสตร์ต่างๆ ที่ตายตัว เสมือนการต่อยอดความรู้ที่มีอยู่เดิม โดยเพิ่มศักยภาพของความเป็นมนุษย์ในสายอาชีพและวงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ นักการสาธารณสุข นักวิทยาศาสตร์ นักการศึกษา นักพัฒนา นักบริการ สถาปนิก วิศวกร นักธุรกิจ สื่อมวลชน และอื่นๆ ให้มากขึ้น อันจะเป็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมอย่างที่เป็นในปัจจุบัน

          จากปรากฎการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับคน และจากมหาวิทยาลัยทั่วทุกมุมโลก ในการสอดแทรกเรื่องการพัฒนาจิตและปัญญาเข้าไปในบทเรียน บ่งบอกถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงของมนุษยชาติ ที่หันมาสนใจในเรื่องการพัฒนาศักยภาพของคนในสังคม ให้มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์มากขึ้น เป็นที่มาของ Contemplative Education ซึ่งให้ความหมายในภาษาไทยว่า จิตตปัญญาศึกษา อันเป็นกระบวนการพัฒนาจิตและปัญญาอย่างรอบด้าน เป็นวิทยาศาสตร์ เพื่อช่วยสร้างมนุษย์ให้เป็นคนที่สมบูรณ์ สมดุลย์ และสามารถสร้างสังคมที่สันติสุขและเสมอภาคได้
เพื่อให้เข้ากับบริบทของสังคมและยุคสมัย จิตตปัญญาศึกษา จึงได้รับการนิยามโดยผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน ในที่นี้จึงหมายถึง กระบวนการเรียนรู้ด้วยใจอย่างใคร่ครวญ การศึกษาที่เน้นการพัฒนาด้านในอย่างแท้จริงเพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของสิ่งต่างๆ โดยปราศจากอคติ เกิดความรักความเมตตา อ่อนน้อมต่อธรรมชาติ มีจิตสำนึกต่อส่วนรวม และสามารถเชื่อมโยงศาสตร์ต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในชีวิตได้อย่างสมดุลย์

           กระบวนการเรียนรู้นี้ เป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้มนุษย์เกิด ปัญญา ทำให้มนุษย์อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะการฝึกจิตให้มีสติ (จิตตะ) เป็นเรื่องที่ต้องหมั่นเพียรเรียนรู้ด้วยตนเองว่าหนทางใดจึงจะเหมาะสมกับตน และเป็นเรื่องที่เรียนแทนกันไม่ได้ บางคนอาจจะใช้เวลานาน หรือใช้เวลาทั้งชีวิต แต่สำหรับโลกในยุคปัจจุบัน เวลาเหลือน้อยเต็มที วิกฤตการณ์ต่าง ๆ รุมเร้า อันเป็นสัญญาณบอกเหตุให้รู้ว่า ถึงเวลาแล้ว ที่กระบวนการความคิดของมนุษยชาติต้องเปลี่ยนแปลง และสังคมต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการคิดค้นกระบวนการเรียนรู้ใหม่ ๆ อันจะก่อให้เกิดปัญญาร่วมของสังคม เปรียบเสมือนยารักษาโรค ที่ปกป้องคุ้มครองสังคมให้มีสุขภาวะที่ดี และนั่นจะเป็นสิ่งประเสริฐที่สุดที่มนุษย์จะพึงกระทำได้ ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลก็เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีความตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาตามแนวทางดังกล่าว การเคลื่อนไหวทางด้านจิตตปัญญาศึกษาจึงเริ่มเกิดขึ้น โดยภาคีเครือข่ายจิตตปัญญาศึกษา อันเป็นการรวมตัวอย่างไม่เป็นทางการของกลุ่มผู้ที่สนใจ มาร่วมหารือ ระดมสมองเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนงานด้านนี้ขึ้นในสังคมไทย และจัดตั้ง ศูนย์จิตตปัญญาศึกษา ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญของประเทศและภูมิภาคต่อไป
เอกสารอ้างอิง http://www.ce.mahidol.ac.th/blog/viewblog.php?aid=3&s=anuchart


องค์การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้
จิตปัญญาศึกษา : รุ่งอรุณแห่งจิตสำนึกใหม่ทางการศึกษา
ปฏิรูปการศึกษาครั้งใหม่ ขอหัวใจให้จิตปัญญาศึกษา
โครงการสร้างปัญญาจากจิตสู่การสอน
ประมวลภาพโครงการสร้างปัญญาจากจิตสู่การสอน
 
 ทีมผู้ก่อการดี
  รศ.ดร.สมบัติ นพรัก
  รศ.เทียมจันทร์ พานิชย์ผลินไชย
  ดร.อมรรัตน์ วัฒนาธร
  ผศ.ดร.รุจโรจน์ แก้วอุไร
  ดร.วิวัฒน์ มีสุวรรณ์
  ดร.สุรีย์พร แก้วเมืองมูล
  ดร.ภูฟ้า เสวกพันธ์
  ดร.วรินทร บุญยิ่ง
  ดร.สิรินภา กิจเกื้อกูล
  ดร.อังคณา อ่อนธานี
  อ.กฤษณา วรรณกลาง
  อ.อาพัทธ์ เตียวตระกูล
  อ.ชนัดดา ภูหงษ์ทอง
  อ.พงษ์เอก สุขใส
  อ.ทวีศักดิ์ สว่างเมฆ
  อ.วิเชียร ธำรงโสตถิสกุล
  อ.ชำนาญ ปาณาวงษ์
  ดร.สายฝน วิบูลรังสรรค์
 
 
 

 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000